|
พัฒนาแล้ว อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศสำคัญๆ ในยุโรป |
|||||||
|
ข้อข่าวที่ระบุว่าคนส่วนใหญ่ร้อยละเท่านั้นเท่านี้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของประธานาธิบดี ในหน้าข่าวกีฬาก็รายงานว่าทีมนั้นทีมนี้ประชาชนโหวตให้ว่าเล่นได้ดีที่ สุดและรองๆ ลงไป ในขณะที่กำลังเดินทางไปทำงานผ่านหน้าร้านหนังสือ ก็เห็นปกนิตยสารบางเล่มระบุดารายอดฮิตของชาวอเมริกัน ในขณะทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน ก็อาจคุยกันถึงการโหวตให้กับทีมเบสบอลในแต่ละปี หรือว่าในขณะเดินทางกลับจากที่ทำงาน ก็ได้ยินการโหวตเพลงยอดนิยมผ่านทางคลื่นวิทยุ หรือไม่ก็หัวข้อข่าว ของสถานีวิทยุต่างๆ ระบุถึงอัตราการว่างงานที่ลดลงร้อยละเท่านั้นร้อยละเท่านี้ อันเป็นผลมาจากมาตรการของรัฐบาล |
|||||||
|
ใจไปทานอาหารนอกบ้านก็ไปดูว่าในนิตยสารรายเดือนที่รายงานผลสำรวจร้านอาหารยอดเยี่ยมและร้านอาหารยอดแย่เพื่อเอามาประกอบการตัดสินใจว่าจะไปทานอาหารที่ไหนดี หรือในขณะที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่อาจมีการรายงานผลสำรวจภาพยนต์ยอดเยี่ยม ดาราชายดาราหญิงยอดนิยม หรือแม้กระทั่งขณะกำลังพักผ่อนอย่างสบายอยู่นั้นอาจมเสียง โทรศัพท์ดังขึ้นที่บ้านแล้วมีคนขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับยี่ห้อรถยนต์ที่ชื่นชอบก็เป็นได้ |
|||||||
|
เที่ยงตรง เป็นตัวแทนของประชาชนชาวอเมริกันทั้งประเทศได้แม้ว่าประเทศอเมริกาจะมีประชากรสองสามร้อยล้านคน โดยอาศัยระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่ ถูกต้อง อย่างไรก็ตามผลโพลล์บางสำนักแม้ในสหรัฐอเมริกาเองก็อาจทำโดยไม่ถูกต้องตามหลักวิชา ผลที่ตามมาก็คือข้อมูลที่ได้จากผลสำรวจจะมีคุณภาพต่ำมาก |
|||||||
|
ข้อมูลที่ได้จากผลสำรวจที่สำนักโพลล์ต่างๆ นำเสนอ และกลุ่มคนทั่วๆ ไปที่มักจะได้อ่านหรือได้ยินได้ฟังผลสำรวจโพลล์แล้วต้องการไตร่ตรองอย่างเอาจริงเอาจัง |
|||||||
|
|
|||||||
|
|
|||||||
|
ไม่มั่นใจของนายทหารต่อผู้บัญชาการทหารบก โดยเก็บข้อมูลจากนายทหารกลุ่มดังกล่าวจำนวน 400 นาย ด้วยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างแบบ นี้ถือว่าเป็นการสุ่มที่ไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ทางสถิติ หรือที่เรียกว่า non-probability sampling หมายความว่าม่สามารถบอกได้ว่าผลสำรวจที่ค้นพบเป็นตัวแทนของ นายทหารทั้งกองทัพได้ ตัวอย่างของการทำโพลล์ที่กล่าวข้างต้นเป็นปรากฏการณ์ที่กระทบต่อแวดวงวิชาการระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์อย่างมาก รวมทั้งต่อสำนักโพลล์ ต่างๆ ในประเทศไทยของเราด้วย ซึ่งนักวิจัยเและนักทำโพลล์ทั้งหลายควรได้นำมาพิจารณาเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อไตร่ตรองแล้วพัฒนาให้การทำโพลล์ในประเทศของเรา มีความถูกต้องตามหลักวิชา (sound methodology) และยึดหลักจริยธรรมของนักวิจัยอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล |
|||||||
|
สำรวจที่ได้นั้นจะต้องบวกลบไปอีก ร้อยละเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าต้องมีองค์ประกอบอยู่ 2 ประการที่ต้องมีการประยุกต์ใช้ ได้แก่ กระบวนการสุ่ม (sampling procedure) และการกำหนดขนาดตัวอย่าง (determination of sample size) ซึ่งในกระบวนการสุ่มตัวอย่างต้องเป็นการสุ่มแบบคำนึงถึงความเป็นไปได้ทางสถิติที่สามารถเป็นตัวแทนของ ประชากรได้ (probability sampling) ซึ่งจำเป็นต้องมีกรอบของประชากรหรือบัญชีรายชื่อของประชากร (list of population) ถ้าไม่มีก็ต้องสร้างขึ้นมาก่อนที่จะทำการสุ่มและทำ การเก็บข้อมูล ไม่ใช่ว่าส่งเจ้าหน้าที่หรือนักศึกษาลงไปเก็บข้อมูลตามทางเดิน หน้าห้างสรรพสินค้า หรือร้านชากาแฟ แบบเจอใครถ้าเข้าเงื่อนไขก็ถามได้เลย
|
วิจัยหรือนักทำโพลล์จะเก็บข้อมูลเป็นหมื่นหรือเป็นแสนคน ถ้าหากไม่ใช้วิธีการสุ่มแบบคำนึงถึงความเป็นไปได้ทางสถิติแล้ว ผลสำรวจก็เป็นเพียงข้อมูลของคนหมื่นคน กลุ่มนั้น หรือคนแสนคนกลุ่มนั้นเท่านั้น ถ้าหากบอกว่าเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศแล้วก็เป็นเพียงแค่ การเดา (guesstimate) ไม่ใช่การประมาณค่า (estimate) แต่ อย่างใด และถ้าเก็บข้อมูลจากคนจำนวนมากขนาดนั้นจริงก็น่าเป็นห่วง เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองทรัพยากรแล้ว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาคือความคลาดเคลื่อนที่ไม่ได้ เกิดจากการสุ่ม (non-sampling errors) อันอาจทำให้ผลสำรวจโครงการนั้นๆ ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างมากมาย
|
ใช้ในการสุ่มตัวอย่าง และใช้ค่าสัดส่วน ค่าความแปรปรวน ค่าความเหมือนและความแตกต่างในกลุ่มประชากรเข้ามาพิจารณากำหนดขนาดตัวอย่างว่าในโครงการนั้นๆ จะเก็บข้อมูล จากประชาชนจำนวนเท่าใดที่จะสามารถเป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศได้ และความคลาดเคลื่อนจะเกิดขึ้นบวกลบร้อยละเท่าใด ระดับความเชื่อมั่นที่เท่าไหร่ ซึ่งประเด็นนี้ ต้องอาศัยเวลาในการอธิบายและจำเป็นที่ต้องมีพื้นความรู้ทางด้านสถิติในการทำความเข้าใจพอสมควร
|
ในข้อคำถามเดียวกัน และควรใช้ประโยคที่เรียบง่าย สั้นกระทัดรัด เข้าใจได้ชัดเจน รวมทั้งไม่มีการเกริ่นนำเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ตอบตอบไปในทิศทางที่ผู้ตั้งคำถามต้องการ
|
ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ คุณเห็นด้วยหรือไม่กับกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ การสร้างคำถามในลักษณะนี้ถือว่าได้ชี้นำผู้ตอบ
|
วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศได้ แล้วมีตัวเลือกให้ผู้ตอบเป็น [ ] มั่นใจ [ ] ไม่ค่อยมั่นใจ [ ] ไม่มั่นใจเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการกำหนดตัวเลือกที่มีจำนวนตัวเลือกเอนเอียง ไปในทิศทางที่ไม่มั่นใจมากกว่าตัวเลือกที่ระบุว่ามั่นใจ ซึ่งทำให้การกำหนดตัวเลือกนั้นขาดความสมดุล
|
ในโครงการนั้นๆ ดังนี้ 1) การสุ่มตัวอย่างโดยต้องดูว่า เป็นการสุ่มโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ทางสถิติว่าเป็นตัวแทนประชากรทั้งหมดหรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นการส่งเจ้าหน้าที่ หรือนักศึกษาออกเก็บข้อมูลตามทางเดิน ตามร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า โดยไม่มีกรอบหรือบัญชีรายชื่อประชากร ซึ่งเจอใครก็ให้ถามได้ตามที่กำหนดลักษณะผู้ตอบเพียง เท่านั้นแล้ว ผลสำรวจที่ได้จึงเป็นเพียงแค่ข้อมูลของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะเก็บเป็นหมื่นเป็นแสนคนก็ตามจะไม่สามารถเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศได้ 2) การกำหนดขนาด ของตัวอย่างจะต้องมากพอ ซึ่งคำว่ามากพอจะขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรทั้งหมดว่ามีอยู่เท่าไหร่ แล้วกำหนดค่าความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับร้อยละเท่าไหร่ โดยให้มีสัดส่วน และค่าความคล้ายคลึงหรือแตกต่างไปจากประชากรทั้งหมดที่ระดับเท่าไหร่ ทั้งนี้จะมีการพิจารณาสูตรที่เหมาะสมในแต่ละโครงการ
|
ทางสถิติ (probability sampling) ที่จะเป็นตัวแทนประชากรทั้งหมดได้ หากขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะบอกว่าผลสำรวจนั้นๆ เป็นเสียงของประชาชน ทั้งหมดไม่ได้ |