คนกรุง "วิตก" การเมืองยึดครอง "ไอทีวี"


เทวินทรEขอเหนี่ยวกลาง
นักวิจัยอิสระ

thewin@thaimail.com
มิถุนายน พ.ศ.2543
ตามที่เอแบคโพลลEได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพฯ ต่อกรณีบริษัทชิน
คอรEอเรชั่น จำกัด จะเข้าถือหุ้นสถานีโทรทัศนEอทีวีเป็นจำนวนหุ้นร้อยละ 40 โดยการ
สัมภาษณEัวแทนประชาชน 1,274 รายทั่วเขตพื้นที่กรุงเทพ ฯ (ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน)
กระจายตามลักษณะเพศ อายุ อาชีพ และการศึกษา ด้วยการสุ่มตัวอย่าง (sampling) แบบอาศัย
หลักวิธีการทางสถิติ ช่วงเวลาสำรวจระหว่างวันทีE23-25 พ.ค. 2543


ผู้เขียนใคร่นำเสนอผลการสำรวจ และแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญดังต่อไปนีEbr> ค้าน "บริษัทชินฯ" ซื้อหุ้น "ไอทีวี" ต่อกรณีคำถามที่ว่า "เห็นด้วยหรือไม่ที่บริษัทชินฯจะมา
ซื้อหุ้นของไอทีวี" (กราฟทีE1) ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 48.8 ไม่เห็นด้วย มีเพียงร้อยละ
21.0 เท่านั้นที่เห็นด้วย อีกร้อยละ 30.2 ไม่แสดงความคิดเห็นเมื่อแจกแจงความคิดเห็นกรณี
การซื้อหุ้นไอทีวี แจกแจงตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ ปรากฏว่าส่วนใหญ่มี
ความเห็นไปในทางเดียวกัน

กราฟทีE1



กราฟทีE1 แสดงความคิดเห็นของประชาชน กทม. ต่อการจะเข้ามาซื้อหุ้นไอทีวีของบริษัท
ชินคอเปอเรชั่น จำกัดหมายเหตุ สอบถามจากตัวอย่างที่รับทราบข้อมูล 652 รายหนุนคนใน
เคลื่อนไหว "ประกาศอิสรภาพ"จากการที่ฝ่ายข่าวของไอทีวี ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการ
ซื้อหุ้นดังกล่าว (กราฟทีE2) ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 เห็นด้วยกับการกระทำ
ของฝ่ายข่าวกลุ่มนีEมีเพียงร้อยละ 15.5 ที่ไม่เห็นด้วย อีกร้อยละ 36.7 ไม่แสดงความคิดเห็น
กราฟทีE2 แสดงความคิดเห็นต่อกรณีฝ่ายข่าวไอทีวีเคลื่อนไหวคัดค้านการซื้อหุ้นของบริษัทชิน ฯ

กราฟทีE2



หมายเหตุ สอบถามจากตัวอย่างที่รับทราบข้อมูล 652 ราย


โดยเหตุผลของคนที่สนับสนุน
การกระทำของฝ่ายข่าวส่วนใหญEจากการประมวลคำถามปลายเปิด) ระบุว่า "อยากให้ไอทีวี
เป็นทีวีเสรี มีความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสารอย่างแท้จริง" และ "ไม่อยากให้การเมือง
เข้ามาเกี่ยวข้องกับไอทีวี" รองลงมาคือ "ไม่อยากให้ไอทีวีถูกผูกขาดในมือธุรกิจกลุ่มใดกลุ่ม
หนึ่งมากเกินไป" และ "สนับสนุนเพราะว่าเป็นการรักษาสิทธิ/ประโยชนEองพนักงานเอง"
ส่วนเหตุผลของคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของฝ่ายข่าว ส่วนใหญ่เห็นว่า "การเปิดโอกาส
ให้บริษัทชินฯ เข้ามาน่าจะเป็นการพัฒนารายการ และขยายงานให้ดียิ่งขึ้น" รองลงมาคือเห็นว่า
"ไอทีวีเป็นโทรทัศนEอกชนสามารถจะขายหุ้นให้ใครก็ไดE และอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า
"การเคลื่อนไหวต่อต้านไม่ได้ประโยชนEก่อให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า" เรียกร้องไอทีวีต้อง
"เที่ยงธรรม เป็นอิสระ ปลอดการเมือง"เมื่อประเมินความต้องการเกี่ยวกับบทบาทฐานะ
ของไอทีวี จากการสำรวจครั้งนี้พบว่าแนวโน้มประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ไอทีวี
เป็นสถาบันในการเสนอข่าวสารที่มีถูกต้องเที่ยงธรรมมากที่สุด (ร้อยละ 65.3) รองลง
มาคือต้องการให้มีความเป็นอิสระไม่ต้องการให้ขายหุ้นให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ
การเมือง (ร้อยละ 37.7) นอกจากนี้ยังต้องการให้มีการรักษาคุณภาพเนื้อหาสาระของ
รายการต่าง Eต่อไป รวมทั้งช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นที่พึ่งของ
ประชาชนไดEbr>

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ


กรณีความพยามที่จะเข้ามาถือหุ้นไอทีวีของบริษัทชินฯ หากประเมินในแง่การตอบรับ
จากสาธารณชนแล้วจึงมีทั้ง "จุดอ่อน" และ "จุดแข็ง" ในเวลาเดียวกัน ในด้านจุดอ่อน
คือประชาชนมองว่าบริษัทชิน ฯ มีภาพที่เกี่ยวโยงไปถึงกลุ่มการเมือง ซึ่งถ้าตีความใหEbr> ตรงกับความรู้สึกก็คือส่วนใหญ่เชื่อว่าบริษัทนี้เกี่ยวข้องถึงกลุ่มการเมืองของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังเตรียมเคลื่อนไหวเลือกตั้งใหญ่สส.ครั้งหน้านีE
รวมทั้งการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการใน กทม. ที่กำลังจะมีขึ้นประชาชน
กำลังหวั่นวิตกว่าการเข้ามาถือหุ้นไอทีวีของบริษัทชินฯ จะเกี่ยวข้องกับการหวัง
ผลทางการเมืองของกลุ่มธุรกิจและการเมืองกลุ่มนีEซึ่งจะทำให้ประชาชนต้องสูญเสีย
แหล่งข่าวสารที่ตนเคยเชื่อถืออย่างไอทีวีไป เกรงว่าไอทีวีจะถูกแปรสภาพจากสื่อเพื่อ
ประชาชนไปสู่สื่อเพื่อกลุ่มการเมืองในที่สุดส่วนในด้านจุดแข็ง ประชาชนบางส่วน
มองเห็นว่าการเข้ามาของบริษัทชิน ฯ จะทำให้ไอทีวีมีโอกาสพัฒนาคุณภาพของรายการ
ต่าง Eมากขึ้นอย่างไรก็ตาม "ตัวเลข" จากการสำรวจของเอแบคโพลลEนครั้งนี้กำลังแสดง
ให้เห็นว่า"จุดอ่อนมีมากกว่าจุดแข็ง" ดังจะเห็นได้ว่ามีประชาชนที่ติดตามข่าวสารถึง
ประมาณร้อยละ 49 ไม่ยอมรับการร่วมมือทางธุรกิจในลักษณะดังกล่าว ในขณะที่คน
ที่ยอมรับสนับสนุนมีเพียงร้อยละ 21 (อีกร้อยละ 30 ยังไม่แสดงออก) หรือพูดอีกอย่าง
ได้ว่า "ภาพเสีย" มีมากกว่า "ภาพดี" นั่นเองปัญหาการร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่าง
บริษัทชินฯ กับไอทีวี จึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตภาพลักษณEอง "องคEรไอทีวี"
และต่อ "กลุ่มการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ" อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงไดEbr> ไอทีวีกำลังเสื่อมศรัทธาจากการเป็นทีวีที่มีคุณภาพ ไปเป็นทีวีที่ไร้เสรีภาพ กลุ่มของ
พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลายจากกลุ่มการเมืองเชิงสร้างสรรคEเป็นกลุ่มธุรกิจการเมืองผูกขาด
เพราะแสดงให้เห็นว่าพยายามยึดครองสื่อสาธารณะให้กลายเป็นอาณาจักรเพื่อประโยชนEbr> ส่วนตน (อย่างน้อยก็ในสายตาประชาชน)เพราะฉะนั้นหากทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทางธุรกิจ
ในรูปแบบที่กำลังทำอยู่ไม่ได้เป็นที่ยอมรับแต่อย่างใด และทำให้ประชาชนเกิดอาการ
"เสียความรู้สึก" ต่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากจะคิดร่วมมือกันและไม่ให้กระทบเสียต่อกลุ่ม
การเมืองที่มีภาพเกี่ยวข้องกันอยู่อย่างที่เป็นอยูEและให้เป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน
จำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้จะต้องตั้งโจทยEึ้นมาคือ ทำอย่างไรจึงจะโน้มน้าวใหEbr> คนร้อยละ 30 ที่ยังลังเลอยู่หันมายอมรับต่อการกระทำครั้งนีEและทำให้คนอีกร้อยละ
49 ที่กำลังคัดค้านลดแรงต่อต้านลง ซึ่งนั่นจึงขึ้นอยู่กับจุดยืนที่ว่า ทั้งกลุ่มธุรกิจและ
การเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดมีความ "แครE ต่อความรู้สึกของคนร้อยละ 79
หรือไมE

ทุกฝ่ายควรเร่งเคลียรEาพพจนEนส่วนของไอทีวี โดยเฉพาะทีมฝ่ายงานข่าวที่ได้เคลื่อนไหว
เรียกร้องอิสระภาพในการนำเสนอข่าวสาร ภาพที่ออกมาชี้ให้เห็นว่าฝ่ายข่าวไอทีวีได้พยายาม
ที่จะรักษาภาพลักษณEห่งสื่อเสรีของตนเองไว้เท่าที่จะกระทำไดEผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็น
ว่าฝ่ายข่าวไอทีวีพยายามกระทำในสิ่งที่สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนหากแต่ในส่วน
ของฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ และบริษัทชินฯ ยังไม่ได้แสดงออกหรือสามารถชี้แจงให้ตอบสนองการ
ยอมรับจากประชาชนไดEประเด็นสำคัญที่สุดที่ฝ่ายบริษัทชินฯ ควรจะชี้แจงต่อสาธารณะมาก
ที่สุดก็คือ การเคลียรEาพให้ชัดกรณีความเกี่ยวพันของบริษัทชินฯ กับฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณว่าจะ
มีผลมากน้อยอย่างไรต่อการเข้าไปมีบทบาทในการดำเนินธุรกิจสื่อสาธารณะของบริษัทต้อง
แสดงออกให้เห็นว่าการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของไอทีวีโดยบริษัทชิน ฯ จะแยกออก
จากบทบาทในทางการเมืองของกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร การร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้จะ
ก่อประโยชนEก่ประชาชนอย่างไร กลุ่มการเมืองจะจำกัดบทบาทการแทรกแซงต่องานข่าว
ของไอทีวีอย่างไร จะทำให้ไอทีวีพัฒนาขึ้นอย่างไร จะพัฒนางานข่าว(ซึ่งเป็นจุดเด่นของไอทีวี)
ได้อย่างไร หรืออย่างน้อยจะยังคงรักษาคุณภาพไอทีวีให้คงเดิมได้อย่างไร เหล่านี้คือคำถาม
ที่กังขาอยู่ในใจประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าจุดยืนทีEbr> ประชาชนคาดหวังต่อกิจการของไอทีวีมากที่สุดคือความต้องการการรักษาอิสระภาพ
คุณภาพ ความเป็นกลาง และการปลอดจากการครอบงำทางการเมืองของสถานีทีวีเสรี
แห่งนี้ในรูปธรรมที่จะปฏิบัติไดEอาทิ ฝ่ายธุรกิจอาจจะต้องถอยขนาดจำนวนหุ้นที่จะถือครอง
ลง มีการจัดวางคนของตนในส่วนการบริหารที่จะกระทบต่อฝ่ายข่าวให้น้อยลงการจัดผู้บริหาร
ที่เป็นที่ยอมรับได้ของฝ่ายข่าวเพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลนั้นจะเป็นหลักประกันในการทำงาน
อย่างเสรีของฝ่ายข่าวไดEหรือหาวิธีการที่จะเปิดโอกาสให้ทีมงานข่าวไอทีวีทำงานโดยอิสระ
ไดEฯลฯซึ่งถ้าทำเช่นนั้นได้การร่วมมือกันระหว่างกลุ่มชินฯกับไอทีวี ก็จะเป็นการร่วมมือกัน
อย่างสร้างสรรคEไม่ใช่การสังฆกรรมทางธุรกิจที่ทำลายภาพพจนEละจุดยืนของทุกฝ่าย