|
ตามที่เอแบคโพลลEได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพฯ ต่อกรณีบริษัทชิน คอรEอเรชั่น จำกัด จะเข้าถือหุ้นสถานีโทรทัศนEอทีวีเป็นจำนวนหุ้นร้อยละ 40 โดยการ สัมภาษณEัวแทนประชาชน 1,274 รายทั่วเขตพื้นที่กรุงเทพ ฯ (ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน) กระจายตามลักษณะเพศ อายุ อาชีพ และการศึกษา ด้วยการสุ่มตัวอย่าง (sampling) แบบอาศัย หลักวิธีการทางสถิติ ช่วงเวลาสำรวจระหว่างวันทีE23-25 พ.ค. 2543 ผู้เขียนใคร่นำเสนอผลการสำรวจ และแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญดังต่อไปนีEbr> ค้าน "บริษัทชินฯ" ซื้อหุ้น "ไอทีวี" ต่อกรณีคำถามที่ว่า "เห็นด้วยหรือไม่ที่บริษัทชินฯจะมา ซื้อหุ้นของไอทีวี" (กราฟทีE1) ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 48.8 ไม่เห็นด้วย มีเพียงร้อยละ 21.0 เท่านั้นที่เห็นด้วย อีกร้อยละ 30.2 ไม่แสดงความคิดเห็นเมื่อแจกแจงความคิดเห็นกรณี การซื้อหุ้นไอทีวี แจกแจงตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ ปรากฏว่าส่วนใหญ่มี ความเห็นไปในทางเดียวกัน กราฟทีE1
กราฟทีE1 แสดงความคิดเห็นของประชาชน กทม. ต่อการจะเข้ามาซื้อหุ้นไอทีวีของบริษัท ชินคอเปอเรชั่น จำกัดหมายเหตุ สอบถามจากตัวอย่างที่รับทราบข้อมูล 652 รายหนุนคนใน เคลื่อนไหว "ประกาศอิสรภาพ"จากการที่ฝ่ายข่าวของไอทีวี ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการ ซื้อหุ้นดังกล่าว (กราฟทีE2) ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 เห็นด้วยกับการกระทำ ของฝ่ายข่าวกลุ่มนีEมีเพียงร้อยละ 15.5 ที่ไม่เห็นด้วย อีกร้อยละ 36.7 ไม่แสดงความคิดเห็น กราฟทีE2 แสดงความคิดเห็นต่อกรณีฝ่ายข่าวไอทีวีเคลื่อนไหวคัดค้านการซื้อหุ้นของบริษัทชิน ฯ กราฟทีE2
หมายเหตุ สอบถามจากตัวอย่างที่รับทราบข้อมูล 652 รายโดยเหตุผลของคนที่สนับสนุน การกระทำของฝ่ายข่าวส่วนใหญEจากการประมวลคำถามปลายเปิด) ระบุว่า "อยากให้ไอทีวี เป็นทีวีเสรี มีความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสารอย่างแท้จริง" และ "ไม่อยากให้การเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องกับไอทีวี" รองลงมาคือ "ไม่อยากให้ไอทีวีถูกผูกขาดในมือธุรกิจกลุ่มใดกลุ่ม หนึ่งมากเกินไป" และ "สนับสนุนเพราะว่าเป็นการรักษาสิทธิ/ประโยชนEองพนักงานเอง" ส่วนเหตุผลของคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของฝ่ายข่าว ส่วนใหญ่เห็นว่า "การเปิดโอกาส ให้บริษัทชินฯ เข้ามาน่าจะเป็นการพัฒนารายการ และขยายงานให้ดียิ่งขึ้น" รองลงมาคือเห็นว่า "ไอทีวีเป็นโทรทัศนEอกชนสามารถจะขายหุ้นให้ใครก็ไดE และอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า "การเคลื่อนไหวต่อต้านไม่ได้ประโยชนEก่อให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า" เรียกร้องไอทีวีต้อง "เที่ยงธรรม เป็นอิสระ ปลอดการเมือง"เมื่อประเมินความต้องการเกี่ยวกับบทบาทฐานะ ของไอทีวี จากการสำรวจครั้งนี้พบว่าแนวโน้มประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ไอทีวี เป็นสถาบันในการเสนอข่าวสารที่มีถูกต้องเที่ยงธรรมมากที่สุด (ร้อยละ 65.3) รองลง มาคือต้องการให้มีความเป็นอิสระไม่ต้องการให้ขายหุ้นให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ การเมือง (ร้อยละ 37.7) นอกจากนี้ยังต้องการให้มีการรักษาคุณภาพเนื้อหาสาระของ รายการต่าง Eต่อไป รวมทั้งช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นที่พึ่งของ ประชาชนไดEbr> ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะกรณีความพยามที่จะเข้ามาถือหุ้นไอทีวีของบริษัทชินฯ หากประเมินในแง่การตอบรับ จากสาธารณชนแล้วจึงมีทั้ง "จุดอ่อน" และ "จุดแข็ง" ในเวลาเดียวกัน ในด้านจุดอ่อน คือประชาชนมองว่าบริษัทชิน ฯ มีภาพที่เกี่ยวโยงไปถึงกลุ่มการเมือง ซึ่งถ้าตีความใหEbr> ตรงกับความรู้สึกก็คือส่วนใหญ่เชื่อว่าบริษัทนี้เกี่ยวข้องถึงกลุ่มการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังเตรียมเคลื่อนไหวเลือกตั้งใหญ่สส.ครั้งหน้านีE รวมทั้งการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการใน กทม. ที่กำลังจะมีขึ้นประชาชน กำลังหวั่นวิตกว่าการเข้ามาถือหุ้นไอทีวีของบริษัทชินฯ จะเกี่ยวข้องกับการหวัง ผลทางการเมืองของกลุ่มธุรกิจและการเมืองกลุ่มนีEซึ่งจะทำให้ประชาชนต้องสูญเสีย แหล่งข่าวสารที่ตนเคยเชื่อถืออย่างไอทีวีไป เกรงว่าไอทีวีจะถูกแปรสภาพจากสื่อเพื่อ ประชาชนไปสู่สื่อเพื่อกลุ่มการเมืองในที่สุดส่วนในด้านจุดแข็ง ประชาชนบางส่วน มองเห็นว่าการเข้ามาของบริษัทชิน ฯ จะทำให้ไอทีวีมีโอกาสพัฒนาคุณภาพของรายการ ต่าง Eมากขึ้นอย่างไรก็ตาม "ตัวเลข" จากการสำรวจของเอแบคโพลลEนครั้งนี้กำลังแสดง ให้เห็นว่า"จุดอ่อนมีมากกว่าจุดแข็ง" ดังจะเห็นได้ว่ามีประชาชนที่ติดตามข่าวสารถึง ประมาณร้อยละ 49 ไม่ยอมรับการร่วมมือทางธุรกิจในลักษณะดังกล่าว ในขณะที่คน ที่ยอมรับสนับสนุนมีเพียงร้อยละ 21 (อีกร้อยละ 30 ยังไม่แสดงออก) หรือพูดอีกอย่าง ได้ว่า "ภาพเสีย" มีมากกว่า "ภาพดี" นั่นเองปัญหาการร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่าง บริษัทชินฯ กับไอทีวี จึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตภาพลักษณEอง "องคEรไอทีวี" และต่อ "กลุ่มการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ" อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงไดEbr> ไอทีวีกำลังเสื่อมศรัทธาจากการเป็นทีวีที่มีคุณภาพ ไปเป็นทีวีที่ไร้เสรีภาพ กลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลายจากกลุ่มการเมืองเชิงสร้างสรรคEเป็นกลุ่มธุรกิจการเมืองผูกขาด เพราะแสดงให้เห็นว่าพยายามยึดครองสื่อสาธารณะให้กลายเป็นอาณาจักรเพื่อประโยชนEbr> ส่วนตน (อย่างน้อยก็ในสายตาประชาชน)เพราะฉะนั้นหากทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทางธุรกิจ ในรูปแบบที่กำลังทำอยู่ไม่ได้เป็นที่ยอมรับแต่อย่างใด และทำให้ประชาชนเกิดอาการ "เสียความรู้สึก" ต่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากจะคิดร่วมมือกันและไม่ให้กระทบเสียต่อกลุ่ม การเมืองที่มีภาพเกี่ยวข้องกันอยู่อย่างที่เป็นอยูEและให้เป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน จำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้จะต้องตั้งโจทยEึ้นมาคือ ทำอย่างไรจึงจะโน้มน้าวใหEbr> คนร้อยละ 30 ที่ยังลังเลอยู่หันมายอมรับต่อการกระทำครั้งนีEและทำให้คนอีกร้อยละ 49 ที่กำลังคัดค้านลดแรงต่อต้านลง ซึ่งนั่นจึงขึ้นอยู่กับจุดยืนที่ว่า ทั้งกลุ่มธุรกิจและ การเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดมีความ "แครE ต่อความรู้สึกของคนร้อยละ 79 หรือไมE ทุกฝ่ายควรเร่งเคลียรEาพพจนEนส่วนของไอทีวี โดยเฉพาะทีมฝ่ายงานข่าวที่ได้เคลื่อนไหว เรียกร้องอิสระภาพในการนำเสนอข่าวสาร ภาพที่ออกมาชี้ให้เห็นว่าฝ่ายข่าวไอทีวีได้พยายาม ที่จะรักษาภาพลักษณEห่งสื่อเสรีของตนเองไว้เท่าที่จะกระทำไดEผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็น ว่าฝ่ายข่าวไอทีวีพยายามกระทำในสิ่งที่สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนหากแต่ในส่วน ของฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ และบริษัทชินฯ ยังไม่ได้แสดงออกหรือสามารถชี้แจงให้ตอบสนองการ ยอมรับจากประชาชนไดEประเด็นสำคัญที่สุดที่ฝ่ายบริษัทชินฯ ควรจะชี้แจงต่อสาธารณะมาก ที่สุดก็คือ การเคลียรEาพให้ชัดกรณีความเกี่ยวพันของบริษัทชินฯ กับฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณว่าจะ มีผลมากน้อยอย่างไรต่อการเข้าไปมีบทบาทในการดำเนินธุรกิจสื่อสาธารณะของบริษัทต้อง แสดงออกให้เห็นว่าการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของไอทีวีโดยบริษัทชิน ฯ จะแยกออก จากบทบาทในทางการเมืองของกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร การร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้จะ ก่อประโยชนEก่ประชาชนอย่างไร กลุ่มการเมืองจะจำกัดบทบาทการแทรกแซงต่องานข่าว ของไอทีวีอย่างไร จะทำให้ไอทีวีพัฒนาขึ้นอย่างไร จะพัฒนางานข่าว(ซึ่งเป็นจุดเด่นของไอทีวี) ได้อย่างไร หรืออย่างน้อยจะยังคงรักษาคุณภาพไอทีวีให้คงเดิมได้อย่างไร เหล่านี้คือคำถาม ที่กังขาอยู่ในใจประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าจุดยืนทีEbr> ประชาชนคาดหวังต่อกิจการของไอทีวีมากที่สุดคือความต้องการการรักษาอิสระภาพ คุณภาพ ความเป็นกลาง และการปลอดจากการครอบงำทางการเมืองของสถานีทีวีเสรี แห่งนี้ในรูปธรรมที่จะปฏิบัติไดEอาทิ ฝ่ายธุรกิจอาจจะต้องถอยขนาดจำนวนหุ้นที่จะถือครอง ลง มีการจัดวางคนของตนในส่วนการบริหารที่จะกระทบต่อฝ่ายข่าวให้น้อยลงการจัดผู้บริหาร ที่เป็นที่ยอมรับได้ของฝ่ายข่าวเพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลนั้นจะเป็นหลักประกันในการทำงาน อย่างเสรีของฝ่ายข่าวไดEหรือหาวิธีการที่จะเปิดโอกาสให้ทีมงานข่าวไอทีวีทำงานโดยอิสระ ไดEฯลฯซึ่งถ้าทำเช่นนั้นได้การร่วมมือกันระหว่างกลุ่มชินฯกับไอทีวี ก็จะเป็นการร่วมมือกัน อย่างสร้างสรรคEไม่ใช่การสังฆกรรมทางธุรกิจที่ทำลายภาพพจนEละจุดยืนของทุกฝ่าย |